ทนายแก้ว ขอโทษที่เผลอใจ ‘กอด หอม จูบ’สาวผู้เสียหายจริง

ทนายแก้ว 23 มกราคม 2569 ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล สล็อตpg ทดลองเล่น ได้ออกมาแถลงชี้แจงผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ยอมรับผิดในส่วนของพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม แต่ยืนยันว่าข้อเท็จจริงบางประการไม่ตรงกับที่ถูกกล่าวหา ทนายแก้วยอมรับมีการ กอด จูบ หอม เด็กสาวอายุ 19 ปีจริง ที่ทำไปไม่รู้ว่าผีห่าซาตานตนไหนเข้าสิง โดยให้เหตุผลว่าเป็นความคิดน้อยของตนเอง ขอยืนยันว่าในขณะนั้นฝ่ายหญิงไม่ได้มีท่าทีขัดขื่น ตื่นกลัว หรือพยายามทำร้ายร่างกายตนเพื่อป้องกันตัว

ทนายแก้ว

ทนายแก้ว ยังขอโทษ หนุ่ม กรรชัย ผ่านการแถลงข่าวด้วย 

ในส่วนของการเจรจา ทนายแก้วระบุว่า บาคาร่าสิงคโปร์777 ออนไลน์ ตนได้พยายามติดต่อฝ่ายพ่อของน้องเพื่อขอโทษและหาทางออก แต่ถูกปฏิเสธการติดต่อ จึงได้ประสานผ่านคุณแจง ซึ่งเป็นภรรยาของตลกชื่อดัง ‘แจ็ส ชวนชื่น’ ให้ช่วยเป็นคนกลาง

ซึ่งทางคุณแจงแจ้งกลับมาว่า ฝ่ายพ่อเรียกเงิน 5-10 ล้านบาท พร้อมย้ำว่าหากไม่มีเงินจำนวนนี้ไม่ต้องมาคุยจึง ซึ่งคุณแจง บอกว่า เรื่องเงินพ่อน้องอาจพูดไปด้วยอารมณ์ก็ได้ ตนจึงต่อรองเหลือ 1 ล้าน และขยับเป็น 2.5 ล้านบาท เหตุผลที่ยอมจ่ายเพราะต้องการให้เรื่องจบ ตนอายครอบครัว และยอมรับว่าตนเอง จิตอ่อน กลัวชื่อเสียงที่สะสมมาจะเสียหาย

ทั้งนี้ ทนายแก้วยังขอโทษ หนุ่ม กรรชัย ผ่านการแถลงข่าวด้วย ยอมรับว่าได้มีการอ้างชื่อในเบื้องต้นจริงเพราะหวังให้สถานการณ์คลี่คลาย ส่วนประเด็นเรื่องหลักฐาน ยืนยันว่าไม่ได้มีการลบข้อมูลกล้องหน้ารถ ตามที่มีกระแสข่าวลือ ทนายแก้วกล่าวอีกว่า ตนได้ขอโทษและสารภาพเรื่องทั้งหมดกับครอบครัวและลูกของตนเองแล้ว พร้อมวอนขอความเห็นใจ ไม่อยากให้มีการทำร้ายความรู้สึกกันผ่านโซเชียลอีก

ด้านนายธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ท่ามกลางความสนใจของสังคมต่อกรณีที่เกี่ยวข้องกับทนายแก้ว (ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล) สิ่งสำคัญที่สุดมิใช่เพียงการตอบคำถามเฉพาะหน้า หากแต่คือการธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม ความเป็นธรรม และความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมโดยรวม

เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม และเพื่อให้กระบวนการต่าง ๆ ดำเนินไปอย่างเป็นอิสระและปราศจากข้อกังขา ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งกรรมการอำนวยการสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การตัดสินใจดังกล่าวถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบในส่วนของบุคคล มิใช่การยุติหรือชี้ขาดข้อเท็จจริงใด ๆ แต่อย่างใด

ในส่วนของสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ยังคงยึดมั่นในหลักการสำคัญว่า ไม่มีผู้ใดอยู่เหนือกระบวนการยุติธรรม และไม่มีผู้ใดควรถูกตัดสินก่อนที่ข้อเท็จจริงจะปรากฏครบถ้วน ทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องยังคงอยู่ภายใต้การพิจารณาตามขั้นตอนและระเบียบที่กำหนดไว้ โดยจะดำเนินการอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และไม่เลือกปฏิบัติ

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *